คุณแม่ต้องรู้..พัฒนาการลูกน้อยช่วงแรกเกิดถึง 1 ขวบ

ตั้งแต่วันที่ลูกน้อยได้ลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก คุณพ่อคุณแม่รู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ เชื่อว่าทุกท่านคงดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งคอยเฝ้าทะนุถนอมพร้อมดูแลและเฝ้าระวังเค้าเป็นอย่างดี ซึ่งการดูแลลูกน้อยในช่วงแรกเกิดถึง 1 ขวบนั้นถือเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังและคอยสังเกตพฤติกรรมรวมถึงพัฒนาการของลูกน้อยเป็นอย่างมาก โดยวันนี้เวลบีได้รวบรวมพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเดือนมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านค่ะ จะได้คอยดูแลและส่งเสริมให้เค้ามีพัฒนาการที่ดีสมวัยนะคะ ช่วงแรกเกิด – 1 เดือน : ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลูกจะต้องตอบสนองต่อเสียงต่างๆ สามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้ และสบตาคุณพ่อคุณแม่ได้ ช่วง 1 – 2 เดือน : จะเริ่มส่งเสียงในลำคอ มีอาการดีใจและตอบสนองต่อการอุ้ม สายตาสามารถมองตามวัตถุเคลื่อนไหวได้ และเมื่อจับนอนคว่ำลูกน้อยจะสามารถชันคอขึ้นได้   ช่วง 3 – 4 เดือน : จะส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนจะพูดคุยด้วย มือสองข้างสามารถจับกันได้ และใช้แขนยันชูคอขึ้น 90 องศาได้เมื่อคุณพ่อคุณแม่จับลูกนอนคว่ำ ช่วง 5 – 6 เดือน : เริ่มจดจำใบหน้าได้ มีอาการตอบสนองที่คล่องแคล่วขึ้น สามารถจับของในมือเดียวได้ และเริ่มจับของเข้าปาก รวมทั้งเริ่มพลิกตัวได้ด้วยตัวเอง ช่วง 7 – 8 เดือน…

พาลูกขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

คุณพ่อคุณแม่คิดว่า การพาลูกเล็ก ขึ้นเครื่องเป็นเรื่องยากมั้ยคะ ?? เวลบีเชื่อว่า 80% ของคำตอบ คือ “ยาก” แน่นอน แต่ครั้งนี้ เวลบีจะทำให้เรื่องที่ใครหลายๆ คน คิดว่ายาก กลายเป็นเรื่องง่ายในพริบตา ค่ะ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจเบื้องต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถพาลูกไปตระเวนรอบโลก ได้อย่างหมดปัญหาเลยจ้า เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการเดินทางโดยเครื่องบินของเด็กเล็ก โดยทั่วไปแล้ว สายการบินจะกำหนดให้เด็กที่มีอายุเกิน 14 วันเท่านั้น ที่สามารถเดินทางได้เท่านั้นค่ะ และสำหรับเด็กที่มีอายุเกินกว่า 14 วัน จะมีข้อปฏิบัติในการเดินทาง ดังนี้   อายุ ข้อปฏิบัติ รายละเอียดอื่น ๆ ที่ต้องรู้ 14 วัน –  2 ปีบริบูรณ์ ในวันเดินทางต้องโดยสารบนตักของผู้ใหญ่ ตั๋วเครื่องบิน : ขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบินการสำรองที่นั่ง : – 2 ขวบปี – 12 ปีบริบูรณ์…

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์

เวลบีขอนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายของคุณ แม่ในช่วงตั้งครรภ์มาฝากนะคะ ซึ่งปัจจบันการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์นั้นเป็นกิจกรรมที่ฮิตกันในหมู่คุณแม่ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ทั้งต่อคุณแม่ และคุณลูกในท้อง วันนี้เวลบี เลยนำประโยชน์จากการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ รวมถึงท่าออกกำลังกายที่เหมาะสม และ ข้อจำกัดต่างคุณแม่ต้องระวังด้วยค่า จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันค่าาาา การกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์ของคุณแม่ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือกไปสู่ทารกได้ดีขึ้น ทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ดีขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายจะทำให้ร่างการหลั่งสารแห่งความสุข ช่วยภาวะอารมณ์ของคุณแม่ และ คุณลูกให้ดีและผ่อนคลายมากขึ้นด้วยจ้าา นอกจากที่กล่าวมานี้ การออกกำลังกายจะช่วยให้คลอดง่าย และรูปร่างฟื้นตัว กลับมาหุ่นดี เหมือนเดิมได้เร็วขึ้นอีกด้วยค่า อย่างไรก็ตาม การกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์ต้องเป็นไปอย่างพอดี ไม่หักโหมเกินไปนะคะ ควรมี Trainer ที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้ให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ ด้วยค่าาา กีฬาที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกีฬาที่ไม่เน้นการกระแทก หรือการใช้พลังมากนัก แต่เป็นกีฬาที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การว่ายน้ำ การฝึกโยคะ ซึ่งนอกจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ง่ายต่อการคลอดอีกด้วยค่ะ วันนี้เวลบีนำตัวอย่างท่าออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์มาฝากนะคะ เป็นท่าง่ายๆที่คุณแม่ทำได้เองที่บ้าน ดังนี้ค่ะ 1) ท่ากระดกข้อเท้า : นอนหงาย ขาเหยียดตรง วางแขนข้างลำตัว สลับกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง ค้างและพักข้างละ 3 วินาที จนครบ 10 ครั้ง…

จริงหรือไม่ วิตามินซี เสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้

ช่วงนี้ฝนฟ้าครึกคะนองทั่วพื้นที่แถมยังอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศเปลี่ยนบ่อยขนาดนี้ ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี แน่นอนว่าโรคภัยไข้เจ็บมาเยือนแน่นอน โดยเฉพาะไข้หวัด ถ้าเป็นเป็นแค่คนเดียวยังพอว่า แต่ถ้าลูกน้อยเป็นหรือไข้พาลไปติดลูกน้อยนี่คงลำบากน่าดู ไม่ได้นอนกันทั้งคุณแม่ คุณพ่อ คุณลูกแน่นอน ถ้าพูดถึงการป้องกันไข้หวัด ส่วนใหญ่แล้วเราก็จะนึกถึงการทานวิตามิน C กันใช่ไหมคะ แต่ในทุกวันนี้ หลายๆสถาบันก็บอกว่าการทานวิตามินซีนั้น ไม่ได้ช่วยป้องกันไข้หวัดได้แต่อย่างใด การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอต่างหากที่จะช่วยป้องกันได้ การรับประทานวิตามินซีช่วยแค่บรรเทาอาการของไข้หวัดเท่านั้นเอง แต่จริงๆแล้วเวลบีว่า ช่วยบรรเทาได้ก็ดีมากแล้วเวลาเราป่วยขึ้นมา เพราะเวลบีเอง เวลาทำงานหนักหรือจะไม่สบายก็จะทานวิตามินซีเนี่ยแหละเป็นตัวช่วยให้ดีขึ้น แถมได้เรื่องผิวเข้ามาเอี่ยวไปอีก แต่สำหรับลูกน้อยจะให้ทานวิตามินซีเป็นเม็ดแบบเราๆ ก็คงจะไม่ไหว ทางเลือกอื่นคงเหมาะกว่า ที่หาทานได้ง่ายและมีประโยชน์ที่สุด ก็คงจะเป็น ผลไม้ การทานผลไม้นั้นถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทุกคน สำหรับเด็กๆน้องจากจะได้สารอาหารครบถ้วนแล้ว ยังเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันอีกด้วย สำหรับผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงก็จะช่วยบรรเทาอาการหวัดอย่างที่เวลบีได้บอกไปก่อนหน้านี้ วันนี้เวลบีเลยเอาข้อมูล 10 ผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มที่มีวิตามินซีสูงและเป็นผลไม้หาง่ายๆใกล้ตัว ที่สามารถเลือกซื้อไปให้ลูกน้อยทานกันได้เป็นประจำมาฝากค่ะ ส้ม สตอเบอร์รี่ สับปะรด มะม่วง ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะละกอ ลำไย แอปเปิ้ล เงาะ แต่ถ้าคุณแม่ท่านไหนไม่สะดวกซื้อผลไม้สดทุกวัน หรือบางครั้งต้องเดินทางบ่อยๆการจัดเก็บก็เป็นเรื่องยาก เวลบีมีของดีมาแนะนำนั่นก็คือ Wel-B ผลไม้อบแห้ง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่…

อาหารตามช่วงวัยของลูกน้อย คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ !!

ลูกน้อยแต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารต่างกันและการให้อาหารที่ถูกกับวัยนั้นสำคัญต่อพัฒนาการและสุขภาพของลูกน้อยมาก บางทีคุณแม่อยากให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่ร่างกายของเด็กอาจยังไม่สามารถรับได้ เวลบีเลยเอาข้อมูลมาฝาก เพราะอยากให้แม่ๆทุกท่านคัดสรรสิ่งดีๆให้ลูกได้อย่างถูกต้อง อาหารสำหรับช่วงวัยแรกเกิด – 6 เดือน แน่นอนว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด คือ นมแม่  เพราะมีสารอาหารที่เหมาะสมพร้อมทั้งภูมิต้านทานที่ช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อย อาหารสำหรับ 6 เดือนขึ้นไป ควรให้อาหาร 1 มื้อ โดยใน 1 มื้ออาหาร ควรประกอบด้วย ข้าวบดละเอียด 3 ช้อนกินข้าว เพิ่มไข่แดงหรือเนื้อปลา 1 ช้อนกินข้าวหรือตับบด1 ช้อนกินข้าวเนื้อสัตว์ต่างๆ และตับเป็นแหล่งที่ดีของธาตุเหล็กและสังกะสี เติมผักใบเขียวหรือผักสีเหลือง-ส้ม เช่น ตำลึง ฟักทอง ½ ช้อนกินข้าว เติมน้ำมันพืช ½ ช้อนชาในอาหารที่ปรุงสุก เพื่อช่วยเพิ่มความเข้มข้นของพลังงานในอาหาร ไขมันจากน้ำมันพืชจะช่วยการดูดซึมวิตามินบางตัว เช่น วิตามินเอ วิตามินดีฯลฯไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย ให้ผลไม้เสริม เช่น กล้วยสุก มะละกอสุก1-2 ชิ้นโดยบดละเอียด อาหารสำหรับช่วงวัย 7 เดือน ควรให้อาหาร 1 มื้อ โดยใน…

โยเกิร์ตมีประโยชน์ต่อเด็กจริงหรือ ?

โยเกิร์ตถือเป็นเมนูที่มีประโยชน์มากๆ ไม่ใช่เฉพาะผู้ใหญ่ที่ทานแล้วดี นะคะ เด็กก็ทานแล้วดีเหมือนกัน แต่เอ๊ เราพูดกันเสมอว่า โยเกิร์ตมีประโยชน์ แต่รู้ไหมคะ ว่าโยเกิร์ตมีประโยชน์อย่างไร วันนี้เวลบีเลยอยากจะมาเล่าให้ฟังสักหน่อยว่า ไอที่ว่ามีประโยชน์เนี่ย ประโยชน์ที่ว่านั้น คืออะไรบ้างง ไปดูกันเลยยย คุณประโยชน์ดี ๆ ของโยเกิร์ต โยเกิร์ตย่อยง่ายกว่านม เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่แพ้โปรตีนในนม หรือ ไม่สามารถย่อยนมได้ เนื่องจากในการทำโยเกิร์ต นมจะถูกหมักและเปลี่ยนเป็นโมเลกุลที่สามารถย่อยได้ง่ายขึ้น และในขบวนการดังกล่าวจะเกิดแลคเตส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ย่อยนม (น้ำตาลแลคโตส) นอกจากนี้ในขบวนการหมักดังกล่าวจะจะเกิดเอนไซม์ที่สามารถย่อยโปรตีนเคซีน ทำให้ง่ายต่อการดูดซึมและเกิดการแพ้น้อยลง จากการสังเกตเด็กที่ไม่สามารถย่อยนมได้ พบว่าสามารถกินโยเกิร์ตได้บ่อยครั้งโดยที่ไม่มีอาการท้องเสีย โยเกิร์ตช่วยรักษาสมดุลของลำไส้ สามารถทำให้ระบบลำไส้ และ ระบบการขับถ่าย ดีขึ้น ลดปัญหาอาการท้องผูก ของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากในโยเกริ์ตมีแบคทีเรียที่มีชีวิตอยู่ ได้แก่ Lactobacillus และ Streptococcus ซึ่งแบคทีเรียทั้งสองชนิดนี้ เป็นแบคทีเรียที่พบในลำไส้มนุษย์อยู่แล้วนั่นเอง โยเกิร์ตช่วยให้เด็กเจริญเติบโตได้ดี เนื่องจากในโยเกิร์ตเป็นแหล่งของโปรตีนที่ย่อยง่ายและกรดแลคติคในโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมแร่ธาตุเข้าผ่านลำไส้ โยเกิร์ตช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีการศึกษา พบว่า การบริโภคโยเกิร์ตวันละ 2 ถ้วยเป็นประจำ ตลอดเวลา 3 เดือน…

ราคาแพคเกจทำคลอด ปี 2561 (10 โรงพยาบาลเอกชน)

เวลบีมีสาระเกี่ยวกับข้อมูลค่าแพคเพจคลอดของโรงพยาบาลเอกชนมาฝากกันค่าา มีตั้งแต่ถูกยั้นแพงเลยย เผื่อให้คุณแม่คุณแม่ได้ตัดสินใจกันน และเวลบีแถมเขตที่ตั้ง พร้อมเบอร์ติดต่อโดยตรงถึงโรงพยาบาลเลยจ้าา มีโรงพยาบาลอะไรบ้างง ไปดูกันเล้ยยยย โรงพยาบาล : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพคเกจคลอดธรรมชาติ : 91,000 (พักฟื้น 3 วัน 2 คืน) แพคเกจผ่าคลอด : 144,700 (พักฟื้น 4 วัน 3 คืน) เขต : วัฒนา เบอร์โทรติดต่อ : 02 066 8888 หรือ 02 011 5999 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาล : โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท แพคเกจคลอดธรรมชาติ : 89,900 (พักฟื้น 3 วัน 2 คืน) แพคเกจผ่าคลอด : 119,000 (พักฟื้น…

คุณแม่ต้องรู้…โรคต้องระวังสำหรับเด็กแรกเกิด

หลังจากที่ลูกน้อยได้ลืมตาดูโลกถือเป็นช่วงเวลาอันล้ำค่าของคุณพ่อคุณแม่ที่จะได้ดูแลเจ้าหนูน้อยอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงแรกเกิดนี้ถือว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลและเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงที่ร่างกายของลูกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงอาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่างๆ รวมถึงการติดเชื้อหรือเกิดโรคในเด็กได้ วันนี้เวลบีจึงของรวบรวมโรคต้องระวังที่พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ เพื่อเตรียมตัวรับมือและป้องกันค่ะ 1. ภาวะติดเชื้อในเด็กแรกเกิด เนื่องจากเด็กแรกเกิดยังไม่มีภูมิต้านทานที่มากพอจึงก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย โดยในช่วงหลักคลอดนั้นการติดเชื้อส่วนใหญ่จะมาจากการติดเชื้อจากน้ำคร่ำของคุณแม่ที่แตกก่อนคลอด ซึ่งการที่น้ำคร่ำแตกก่อนคลอดนี้จะทำให้เชื้อโรคต่างๆ ได้ติดไปกับตัวทารก เกิดการอักเสบและเข้าสู่ร่างกายของลูกได้ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีน้ำคร่ำแตกก่อนคลอดเป็นเวลานานก็จะยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้อาการติดเชื้อที่พบได้บ่อยก็จะมีลักษณะ ตัวซีด กินนมน้อย ซึม หายใจผิดปกติหรือมีอาการชักเกร็ง ซึ่งหากลูกมีอาการเช่นนี้คุณพ่อคุณแม่ควรรีบนำมาพบแพทย์อย่างรวดเร็ว 2. โรคทางเดินหายใจ เนื่องจากวัยเด็กแรกเกิดนี้เป็นช่วงที่ลูกมีการปรับตัวเพื่อดำรงชีวิตด้วยตัวเองหลังจากอาศัยอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ ฉะนั้นแล้วการทำงานของปอดและทางเดินหายใจก็จะยังไม่ปกติ แต่ก็จะค่อยๆ ปรับตัว ซึ่งโดยทั่วไปเด็กที่คลอดปกติและตามกำหนดจะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่เด็กที่คลอดก่อนกำหนดนั้นควรมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 3. ภาวะตัวเหลือง ภาวะตัวเหลืองเกิดจากการที่สารชนิดหนึ่งที่มีสีเหลือง จากการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง ซึ่งในช่วงแรกนั้นตับของทารกจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์จึงไม่สามารถขจัดออกไปได้ทั้งหมด จึงให้ลูกน้อยมีอาการตัวเหลืองในช่วงหลังคลอด ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นอยู่ประมาณ 10 วันค่ะ แต่ถ้ามีอาการหลังจากนั้นก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและทำการส่องไฟเพื่อรักษาอาการต่อไป สาเหตุของภาวะน้ำตาลในเลือดผิดปกติของลูกน้อยแรกเกิดนั้น เกิดขึ้นได้ทั้งจากตัวคุณแม่และตัวลูกเอง ซึ่งหากช่วงตั้งครรภ์คุณแม่เป็นเบาหวานก็จะส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดของลูกได้ อีกสาเหตุคือเกิดจากตัวลูกเอง โดยในเด็กที่มีน้ำหนักสูงกว่าหรือต่ำกว่าเกณฑ์ก็มีภาวะความผิดปกติของน้ำตาลในเลือดได้ ทั้งนี้คุณหมออาจมีการให้น้ำเกลือควบคู่ไปกับการให้นมแม่ค่ะ

คุณพ่อต้องรู้.. 4 ฮอร์โมนที่ทำให้คุณแม่เปลี่ยนไป !!

ต้องยอมรับว่า เรื่องของความเปลี่ยนแปลง และ ความแปรปรวนทางด้านอารมณ์ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่ว่าที่คุณแม่ต้องเผชิญในช่วงการตั้งครรภ์ เรียกได้ว่าบ้างครั้ง ใน 1 วัน อารมณ์ของคุณแม่เปลี่ยนไปแทบไม่ซ้ำกันเลย บางท่านอาจเป็นมากถึงขั้น “โรคซึมเศร้า” เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เวลบีอยากบอกว่า อาหารเหล่านี้ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่คุณแม่ทุกท่านต้องเผชิญ เพราะอาการพวกนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่เท่านั้น ไม่ใช่อาการผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่ง คุณพ่อคือบุคคลสำคัญที่จะทำให้คุณแม่ก้าวผ่านเรื่องยากๆ นี้ไปได้ ดังนั้น เวลบีเลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์โมนต่างๆ รวมถึงอาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ เพื่อให้คุณพ่อเข้าใจและสามารถรับมือกับคุณแม่ได้ดีขึ้นค่าา 4 ฮอร์โมนสำคัญ ในช่วงการตั้งครรภ์      1. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)      โปรเจสเตอโรน หรือ ฮอร์โมนสำหรับการตั้งครรภ์ ทำให้การตั้งครรภ์สามารถดำเนินต่อไปได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน และมีหน้าที่ในการยับยั้งการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้ร่างกายไม่กำจัดทารกซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายออกมา โดยเจ้าฮอร์โมนนี้จะไปกดภูมิคุ้มกันของร่างกายเอาไว้นั่นเอง ปกติแล้วรกจะทำหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้นอย่างช้า ๆ ในช่วงระหว่างสัปห์ดาที่ 9 – 32 ของการตั้งครรภ์      2.…

จริงหรือไม่ ผู้หญิงไม่ควรมีลูกหลังอายุ 35??

หลายๆงานวิจัยบ่งชี้ว่าช่วงอายุที่เหมาะแก่การตั้งครรภ์คือช่วงอายุ 20 ปี แต่บางงานวิจัยกับบอกว่าอายุ 30 – 39 ปี แต่ที่เคยได้ยินกันมาว่าหลังจากอายุ 30 ปี จะทำให้มีลูกยาก เอ๊ แล้วแบบนี้จะเชื่ออันไหนดี งง กันไปเลยใช่ไหมล่ะคะ วันนี้เวลบีได้ไปทำการศึกษามาแล้ว เลยอยากมาสรุปให้ฟัง ให้คุณแม่ทุกท่านเข้าใจได้ง่ายๆ สไตล์เวลบีค่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่อายุเกิน 35 ปีไปแล้ว จะไม่สามารถมีลูกได้ ในความเป็นจริงคือไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็ยังคงมีโอกาสตั้งครรภ์ แต่สิ่งที่ต่างกันในแต่ละช่วงอายุคือ ความสมบูรณ์ของครรภ์ ความสมบูรณ์ของเด็ก โอกาสที่จะตั้งครรภ์ ภาวะต่างๆระหว่างตั้งครรภ์ที่ก็จะเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งภาวะเจริญพันธุ์ของสตรีเพศจะสูงสุดในช่วงวัย 20-30 ปี แล้วจะลดฮวบลงทันทีหลังอายุ 30 ปี จากการเก็บข้อมูลเชิงสถิติล่าสุด พบว่าโอกาสที่ผู้หญิงจะมีบุตรให้สำเร็จในหนึ่งปี มีถึง 75% ในขณะอายุ 30 ปี ลดลงมาเหลือ 66% ที่อายุ 35 ปี และเหลือเพียง 44% ที่วัย 40 ปี แต่หากให้เวลาตัวเองได้ถึงสี่ปี จะเพิ่มโอกาสได้ถึง…