อยู่ไฟดียังไง ทำไมใคร ๆ ก็แนะนำ

คุณแม่ยุคใหม่ เคยได้ยินคำว่า “อยู่ไฟหลังคลอด” กันบ้างมั้ยคะ การอยู่ไฟหลังคลอดเป็นภูมิปัญญาชาบ้านของคนไทยที่ทำสืบต่อกันมาอย่างยาวนานมาก ๆ พูดให้เห็นภาพชัด ๆ คือ การเข้ากระโจมและอบสมุนไพรนั่นเองค่ะ ซึ่งการอยู่ไฟนั้นมีคุณประโยชน์ที่มากมายนานัปการที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของคุณแม่หลังคลอด และปรับสมดุลในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด ครั้งนี้ เวลบีจะพาทุกคนไปเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องของการอยู่ไฟกันค่ะ ไปดูกันเลย ข้อดีของการอยู่ไฟ การอยู่ไฟเป็นกระบวนการที่ช่วยดูแลคุณแม่หลังคลอดที่คนไทยสมับโบราณคิดค้นขึ้น โดยเชื่อกันว่าจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณแม่ที่ผ่านการอุ้มท้องมา 9 เดือน จะฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว โดยใช้ความร้อนเข้าช่วย ทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นบริเวณหลังและขาที่เกิดจากการกดทับในขณะตั้งครรภ์ได้คลายตัว ช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามตัว ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี ช่วยปรับสมดุลร่างกายของคุณแม่ให้เข้าที่ อาการหนาวสะท้านที่เกิดจากการเสียเลือดและน้ำหลังคลอดมีอาการดีขึ้น ทำให้มดลูกที่ขยายตัวได้หดรัดตัวหรือเข้าอู่ได้เร็ว พร้อมกับช่วยให้ปากมดลูกปิดได้ดี จึงป้องกันการติดเชื้อในโพรงมดลูกหลังคลอด ทำให้น้ำคาวปลาแห้งเร็ว ลดการไหลย้อนกลับจนนำไปสู่ภาวะเป็นพิษ การอยู่ไฟ ทำอย่างไร ยุ่งยากรึป่าวนะ ? การอยู่ไฟหลัก ๆ จะประกอบไปด้วยการนวดประคบ โดยใช้ลูกประคบร้อนที่ห่อไปด้วยสมุนไพรต่าง ๆ มากกว่า 10 ชนิด เช่น ขมิ้น ตะไคร้ การบูร ใบส้มป่อย เถาเอ็นอ่อน ฯลฯ มานวดคลึงตามบริเวณร่างกายและเต้านม เพื่อช่วยลดอาการปวดเมื่อยและรักษาแผลหลังคลอด หลังจากผ่านการนวดประคบ คือ…

เทคนิคพิชิตหุ่นเฟิร์มหลังคลอด

เรื่องรูปร่างหลังคลอดคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคุณแม่หลายๆ คนใช่มั้ยคะ เพราะช่วงตั้งท้องเนี่ยน้ำหนักคุณแม่ก็คงขึ้นไปหลายกิโล แต่พอคลอดปุ๊ปก็ใช่ว่ามันจะลงมาง่ายๆน่ะสิ  วันนี้เวลบีเลยรวบรวมเทคนิคพิชิตหุ่นเฟิร์มสำหรับคุณแม่หลังคลอดมาฝากนะคะ ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างหุ่นถึงจะกลับมาเซี๊ยะและสวยเหมือนเดิม ไปอ่านกันเลยค่า… เริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ โดยปกติคุณแม่จะน้ำหนักลงหลังคลอดประมาณ 4-5 กิโลกรัม ซึ่งหากต้องการลดมากกว่านั้นควรที่จะค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งไม่ควรหักโหมไปมากกว่านี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วไปจะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ค่ะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละแปดแก้ว จะช่วยป้องกันอาการขาดน้ำ และยังเป็นการช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องผิวพรรณด้วยค่ะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหม การออกกำลังกายในช่วงหลังคลอดอาจต้องทำอย่างระมัดระวังโดยไม่หักโหมมากเกินไป คุณแม่จะเริ่มออกกำลังกายได้ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอด คุณแม่ควรทำการออกกำลังกายโดยวิธี Cardio ควบคู่กับการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะจะเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีขึ้น อาจเริ่มโดยการเริ่มเดินบนลู่วิ่ง หรือเดินรอบๆ บ้าน และพยายามลดหน้าท้องด้วยการ Planking ประมาณ 30 วินาที –  1 นาทีต่อครั้ง จะช่วยลดหน้าท้องได้เป็นอย่างดีค่ะ พักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการควบคุมน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพเพิ่มการเผาผลาญได้ดีกว่าการพักผ่อนน้อย โดยคุณแม่ควรนอนให้ได้วันละ 7 ชั่วโมง ซึ่งแม้ว่าลูกน้อยจะมีการรบกวนบ้างก็ตาม หากคุณแม่มีโอกาสได้งีบหรือพักผ่อนก็ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ ควบคุมอาหารแต่ไม่อดอาหาร คุณแม่ควรควบคุมการทานอาหาร ลดอาหารจำพวกแป้งที่มากเกินไป และลดไขมันด้วย เน้นการทานอาหารที่มีประโยชน์แทนการอดอาหาร เพราะถือเป็นการลดน้ำหนักที่ผิดและจะส่งผลเสียได้…

คุณแม่เตรียมรีบมือกับ 2 ขวบ อันโหดร้าย !! (Terrible Two)

คุณพ่อคุณแม่เคยลองสังเกตพฤติกรรมของเจ้าหนูบ้างมั้ยคะ ช่วงประมาณอายุ 2 ขวบ ที่เค้าจะพูดคุยด้วยยากเหลือเกิน พูดอะไรก็ไม่ค่อยฟัง เอาแต่ใจ ไม่ได้ดั่งใจก็กรี้ด ลงไปนอนดิ้นกับพื้น ทำเอาคุณพ่อคุณแม่ความดันขึ้นกันไปเป็นวันๆ แต่เวลบีอยากจะบอกว่า พฤติกรรมเหล่านี้ เราไม่ถือว่าเด็กๆ ผิดปกตินะคะ เพราะ จริงๆ พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนออกมาตามช่วงวัยของเค้า หรือที่เรียกกันว่าเป็นช่วง “Terrible Two” หรือ ภาษาไทยก็ “2 ขวบอันโหดร้าย” ซึ่งเวลบีจะมาเล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้ว Terrible Two เนี่ยคืออะไร แล้วคุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไรร ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปดูกันเลยยย Terrible Two คืออะไร ? เกิดจากอะไร ? ในช่วงวัย 2 ขวบปี ถือเป็นช่วงวัยสำคัญของเด็กๆ โดยจะมีพัฒนาการที่เราสามารถเห็นได้ชัดๆ เช่น เค้าสามารถพูดได้ 2 – 3 ประโยค รวมไปถึง สามารถเดินได้คล่องขึ้น, ปีนป่าย เป็นต้น นอกจากนี้…

8 เมนู อาหารเสริมลูกน้อยวัย 6 เดือน

แน่นอนว่าอาหารที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด คือ นมแม่ เพราะมีสารอาหารที่เหมาะสมพร้อมทั้งภูมิต้านทานที่ช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อย ดังนั้น ในช่วง 0 – 6 เดือน เวลบีแนะนำให้เจ้าหนูทานแต่นมแม่ยาวๆ ไปเลย แต่ในช่วงตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป คุณแม่สามารถให้อาหารเสริมกับลูกน้อยควบคู่ไปกับนมแม่ได้นะคะ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารได้ครบถ้วนมากขึ้น เวลบีขอนำเสนอ 8 เมนู ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ เพื่อลูกน้อย พร้อมทั้งวิธีทำสุดง่ายและคุณประโยชน์สุดปังมา ฝากกันค่า จะเป็นอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยยยยย กล้วยน้ำหว้าบด+ข้าวกล้องสุก+น้ำนมแม่ วิธีทำสุดง่าย : ข้าวกล้องสุก 8 ช้อนโต๊ะบดให้ละเอียด และกล้วยน้ำหว้าหั่นชิ้นเรียบร้อย ปั่นรวมกันกับข้าวกล้องสุก น้ำต้มสุก 6 ออนซ์ หลังปั่นเสร็จผสมด้วยนมแม่อุ่น ๆ 3 ออนซ์ คุณประโยชน์สุดปัง : กล้วยช่วยในการเจริญเติบโตทางร่างกายของทารก, กล้วยเพิ่มประสิทธิภาพสมองของเด็ก, กล้วยช่วยเพิ่มพลังงานแก่เด็ก แครอทบด+นมแม่ วิธีทำสุดง่าย : แครอทปอกเปลือก ล้างให้สะอาด นำไปหั่นชิ้นเล็ก ๆ นึ่งให้สุก จากนั้นนำมาบดกับนมแม่ให้ละเอียดที่สุด…

5 เทคนิคพิชิตการเป็นแม่วัวพันธุ์ดี

คุณแม่ ๆ เคยท้อมั้ย สต็อคนมของเราไม่เท่าของคนอื่นเค้าเลย บางทีก็ต้องไปแอบขอแบ่งจากคุณแม่ข้าง ๆ บ้านบ้าง คุณแม่ต้องใจเย็น ๆ นะคะ เวลบีจะบอกว่าทุกคนมีโอกาสเป็นแม่วัวพันธุ์ได้ทั้งนั้น เรื่องของการปั๊มนมก็เหมือนการสร้างซิกแพ็ค ยิ่งมีวินัยมากเท่าไหร่ ยิ่งมุ่งมั่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมากเท่านั้น ครั้งนี้เวลบีขอเสนอ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณแม่ ๆ ปั๊มนมให้สำเร็จมากขึ้น เป็นอะไรบ้าง ไปดูเลย 1. เป้าหมายมีไว้พุ่งชน คุณแม่อยากให้ลูกอิ่มท้องด้วย “นมตัวเอง” หรือ “นมคนอื่น” คะ ? เวลบีมั่นใจว่า แม่ทุกท่านต้องอยากให้ลูก ได้ทานน้ำนมตัวเองแน่ ๆ ดังนั้น คุณแม่ตั้งเป้าเลยค่ะ เช่น ไม่ว่ายังไง ชั้นก็จะปั๊มนมให้ลูกอิ่มท้องทุกมื้อให้ได้ หรือ ชั้นจะปั๊มนมให้ลูกกินไปจนถึงอายุ 1 ขวบ (ยกตัวอย่างนะคะ อิอิ) เมื่อได้เป้า ก็พุ่งชนเลยจ้า เวลบีเชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนมีพลังในตัวเองจ้า ทำได้แน่นอน 2. เริ่มให้ไว ปั๊มให้ถี่ และ ไปให้สุด…

คุณแม่มือใหม่ อ่านอะไรดี ?

การตั้งครรภ์นั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของร่างกายและเป็นการเริ่มต้นของอีกหนึ่งชีวิต ซึ่งคุณแม่ทั้งหลายควรศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้ดี เพื่อตัวคุณแม่และคุณลูกเอง วันนี้เวลบีเลยมีหนังสือมาแนะนำสำหรับคุณแม่มือใหม่จะได้เข้าใจถึงพัฒนาการของร่างกายและลูกน้อย โดยหนังสือที่เลือกมานั้นล้วนเป็นหนังสือที่ได้รับคำแนะนำจากคุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์มาแล้ว รับรองว่าซื้อมาแล้วได้ความรู้และประโยชน์แน่นๆแน่นอนค่ะ 1. สร้างชีวิตมหัศจรรย์ด้วยน้ำนมแม่ เล่มแรกเป็นหนังสือของ พญ. สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ เป็นหนังสือที่ถูกตีพิมพ์ออกมาหลายครั้ง เป็นการการันตีความฮิตได้อย่างดี เพราะเป็นหนังสือที่ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องนมแม่ตามชื่อเท่านั้น แต่เกี่ยวกับเลี้ยงลูก ผ่านประสบการณ์ตรงของคุณหมอเองด้วย คำแนะนำบางส่วนจากผู้เขียน “หนังสือเล่มนี้จะเขียนเป็นบทเป็นตอน เรียงตามลำดับเหตุการณ์จริง โดยเริ่มตั้งแต่ความรู้ทั่วไปที่คุณแม่พึงทราบ ก่อนตัดสินใจว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมอะไร และเมื่อตัดสินใจได้แล้วว่า จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เหตุการณ์ที่ต้องเผชิญตั้งแต่แรกคลอด จนกระทั่งลูกเติบโตขึ้นในแต่ละวัย ซึ่งหากเข้าใจและทำตามคำแนะนำในหนังสือ จะมีความรู้สึกเสมือนมีป้าหมอมานั่งพูดคุยด้วย และช่วยแก้ปัญหาที่พบในแต่ละช่วง แต่ละวัย จึงเหมาะสำหรับเป็นของขวัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่หรือผู้ที่มีความสนใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทุกท่าน”   เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB: สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ 2. คู่มือตั้งครรภ์ทันสมัย เขียนโดย พ.ญ. ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ เป็นอีกหนึ่งเล่มที่คุณแม่ทั้งหลายแนะนำกันปากต่อปาก เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของคุณหมอเองพร้อม แนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด มีภาพประกอบแสนที่ช่วยให้อ่านง่าย แต่ความยากของหนังสือเล่มนี้คือหาซื้อมือหนึ่ง ไม่ได้แล้ว หากคุณแม่ท่านไหนต้องการอาจจะลองหาเป็นมือสอง หรือถามเพื่อนๆที่เคยท้องมาก่อนว่าพอมีของส่งต่อบ้างไหมอาจจะพอได้อยู่ค่ะ 3. ห่วงใยคุณแม่ดูแลลูกน้อย เป็นหนังสือที่แปลมาจากต่างประเทศเขียนโดย Elizabeth Fenwick แปลโดย…

ปัญหาหนักใจ แก้ยังไงกับผิวแตกลายจากการตั้งครรภ์

ปัญหาที่คุณแม่ทั้งหลายพบเจอในช่วงตั้งครรภ์ และสร้างความหนักใจมาจนถึงช่วงหลังคลอด นั่นก็คือปัญหาท้องแตกลายจากการตั้งครรภ์ ที่คุณแม่แทบทุกคนต้องเตรียมมือตั้งรับ จะมามากน้อย มาช้ามาเร็ว บางครั้งคงต้องพูดว่าแล้วแต่บุญแล้วแต่กรรมที่ทำมากันเลยทีเดียว ด้วยความสงสัย เวลบีเลยไปลองหาความรู้มา เลยอยากจะเอามาเล่าให้คุณแม่ทุกท่านได้รู้ไปด้วยกัน ว่ามันมีวิธีป้องกัน หรือบรรเทายังไงได้บ้าง เพราะไม่ว่ายังไง ผู้หญิงอย่างเราก็อยากจะสวยไปตลอดใช่ไหมละค่ะ เริ่มแรก เรามาทำความรู้จักเจ้าท้องลายกันก่อนว่ามันมาได้ยังไง ? ท้องลาย เกิดจากการขยายตัวของผิวหนังและเนื้อเยื่อในเวลาอัดรวดเร็ว ซึ่งในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ จะเกิดการฉีกขาดในโครงสร้างของ Collagen , Elastin ใต้ผิว กลายเป็นแผลเป็นในชั้นหนัง จนเกิดเป็นรอยแตกได้ง่าย ลักษณะของรอยแตกลาย เริ่มแรกจะมีสีออกม่วงหรือแดง เรียกว่า รอยแตกลายใหม่ ซึ่งรอยแบบนี้ยังคงรักษาหายได้ง่ายที่สุด แต่หากปล่อยไว้จนกลายเป็นสีขาวซีด เห็นเป็นร่องรอยแตก เรียกว่า รอยแตกลายเก่า ก็จะรักษาได้ยาก โดยบริเวณที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักเกิดรอยแตกไม่ได้มีแค่เพียงที่ท้องเท่านั้น แต่รวมไปถึงทรวงอก สะโพก ต้นขา และบั้นท้าย ซึ่งรอยแตกส่วนใหญ่มีขนาดกว้างประมาณ 1 – 10 เซนติเมตร และยาวได้หลายเซนติเมตร กว่า 90 % ในหญิงตั้งครรภ์จะมีภาวะหน้าท้องลาย ในช่วงไตรมาสสุดท้าย แล้วทีนี้เราจะป้องกันยังไง ก็มีคนบอกไว้หลายวิธี…

10 สิ่งสำคัญสำหรับการกินของเด็กแรกเกิด ที่คุณแม่ต้องเตรียมให้พร้อม !!

เคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับ “ห้ามเตรียมของล่วงหน้าสำหรับเด็ก” กันมั้ยคะ ?? เวลบีเคยได้ยินมาบ้างนะคะ เค้าบอกกันว่า อาจเป็นลางไม่ดีก็ได้ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ ไม่ได้ไม่ดีนะคะ เพราะโบราณเค้ามองว่า หากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น แต่คุณแม่ได้มีการเตรียมของไว้มากแล้ว ตอนที่จะต้องบริจาคหรือทิ้งของนั้น คุณแม่อาจเจ็บปวดมากนั่นเอง อย่างไรก็ตาม เวลบีมองว่า เหตุผลที่ต้องเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยไว้ก่อนมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะในช่วง 3 – 4 เดือนแรก คุณแม่จะวุ่นมาก ดังนั้น หากมีการเตรียมของเอาไว้ในเบื้องต้น คุณแม่ก็จะมีความพร้อมในการรับมือกับลูกมากขึ้นค่า เวลบีเลยหยิบเอาอุปกรณ์สำคัญ ๆ โดยเลือกเฉพาะสำหรับการกินมาฝากก่อนจ้า มีอะไรบ้าง ไปดูเลยย 1. เครื่องปั๊มนม เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างมาก ๆ สำหรับคุณแม่เลยนะคะ เพราะถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คุณแม่ให้รีดนมออกมาให้ลูก ๆ ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จ้า ยิ่งถ้าคุณแม่มีวินัยในการปั๊มนมล่ะก็ คุณแม่อาจจะให้น้ำนมเผื่อแผ่ไปถึงลูกเพื่อนได้เลยน้า (เทคนิคพิชิตการเป็นแม่วัว คลิกเลย) เวลบีแนะนำว่าให้คุณแม่ใช้เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้า เพราะจะออมแรงในการปั๊มนมให้คุณแม่ และคุณแม่ก็จะได้พักผ่อนไปในตัวด้วย จ้า ปัจจุบันมีกลายยี่ห้อเลย ทั้ง Medela PIS, Medela Freestyle, Ameda…

เทคนิคการอาบน้ำสำหรับเด็กแรกเกิด ฉบับคุณแม่มือใหม่

การอาบน้ำลูกน้อยสำหรับคุณแม่มือใหม่นั้นคงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น และน่ากังวลไปพร้อมๆกันนะคะ เพราะการอาบน้ำให้ลูกน้อยแรกเกิดเนี่ยต้องใช้ความละเอียดอ่อนและขั้นตอนต่างๆ ที่ต่างจากเด็กโตทั่วไปแล้ว ฉะนั้นวันนี้เวลบีมีเทคนิคการอาบน้ำสำหรับเด็กแรกเกิดในแบบฉบับคุณแม่มือใหม่ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นลองไปดูกันนะคะ การอาบน้ำสำหรับ 3 สัปดาห์แรก ในช่วงที่สายสะดือยังไม่หลุดคุณแม่ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำให้เด็กทุกวัน อาจจะเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง อาบ (เช็ดตัว) บนพื้นราบ ไม่นำลูกน้อยลงอ่าง ใช้ฟองน้ำในการอาบน้ำ โดยใช้ฟองน้ำเช็ดตัวอย่างอ่อนโยน ใช้ผ้านุ่มๆ ชุบน้ำแล้วเช็ดบริเวณซอกคอและจุดอับต่างๆ ใช้สำลีเช็ดบริเวณหนังตาไม่ให้มีเศษขี้ตา พยายามใช้มือจับลูกน้อยตลอดเวลาเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวที่เป็นอันตราย การอาบน้ำในช่วงหลังจาก 3 สัปดาห์ขึ้นไป (หลังจากสายสะดือหลุด) ใช้อ่างพลาสติกในการอาบน้ำ และปูด้วยพรมยางเพื่อป้องการอ่างลื่น ใช้น้ำที่ไม่เย็นและไม่ร้อนจนเกินไป อุณหภูมิประมาณ 36 องศา ก่อนนำลูกลงในอ่างควรทำความสะอาบด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำบริเวณต่างๆ เหมือนช่วงก่อน 3 สัปดาห์ จับตัวเด็กให้มั่น แต่ไม่แน่นจนเกินไป ให้ลูกน้อยรู้สึกสบายโดยใช้แขนรองบริเวณช่วงศรีษะของลูก ใช้มือวักน้ำราดบนตัวลูกเบาๆ ไม่ให้ลูกรู้สึกหนาว ใช้สบู่เหลวสำหรับเด็กเพื่อความอ่อนโยน และระวังไม่ให้เข้าตา ไม่จำเป็นต้องสระผมทุกครั้งที่อาบน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จให้ยกลูกขึ้นจากอ่างและใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดให้แห้งอย่างอ่อนโยน ข้อควรระวังเพิ่มเติมในการอาบน้ำเด็กแรกเกิด เลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับเด็ก ใช้โลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหลังการอาบน้ำ ระวังอย่างปล่อยมือจากลูกน้อยเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้ลูกอยู่ใกล้อ่างน้ำเพียงลำพัง ควรอาบน้ำบนพื้นราบ ไม่อาบบนที่สูงเพื่อป้องกันการพลัดตก ทำทุกอย่างด้วยความอ่อนโยนและอาจร้องเพลงหรือสร้างเสียงเพื่อให้ลูกน้อยอารมณ์ดี

คุณแม่ต้องรู้..พัฒนาการลูกน้อยช่วงแรกเกิดถึง 1 ขวบ

ตั้งแต่วันที่ลูกน้อยได้ลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก คุณพ่อคุณแม่รู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ เชื่อว่าทุกท่านคงดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งคอยเฝ้าทะนุถนอมพร้อมดูแลและเฝ้าระวังเค้าเป็นอย่างดี ซึ่งการดูแลลูกน้อยในช่วงแรกเกิดถึง 1 ขวบนั้นถือเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังและคอยสังเกตพฤติกรรมรวมถึงพัฒนาการของลูกน้อยเป็นอย่างมาก โดยวันนี้เวลบีได้รวบรวมพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเดือนมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านค่ะ จะได้คอยดูแลและส่งเสริมให้เค้ามีพัฒนาการที่ดีสมวัยนะคะ ช่วงแรกเกิด – 1 เดือน : ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลูกจะต้องตอบสนองต่อเสียงต่างๆ สามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้ และสบตาคุณพ่อคุณแม่ได้ ช่วง 1 – 2 เดือน : จะเริ่มส่งเสียงในลำคอ มีอาการดีใจและตอบสนองต่อการอุ้ม สายตาสามารถมองตามวัตถุเคลื่อนไหวได้ และเมื่อจับนอนคว่ำลูกน้อยจะสามารถชันคอขึ้นได้   ช่วง 3 – 4 เดือน : จะส่งเสียงอ้อแอ้เหมือนจะพูดคุยด้วย มือสองข้างสามารถจับกันได้ และใช้แขนยันชูคอขึ้น 90 องศาได้เมื่อคุณพ่อคุณแม่จับลูกนอนคว่ำ ช่วง 5 – 6 เดือน : เริ่มจดจำใบหน้าได้ มีอาการตอบสนองที่คล่องแคล่วขึ้น สามารถจับของในมือเดียวได้ และเริ่มจับของเข้าปาก รวมทั้งเริ่มพลิกตัวได้ด้วยตัวเอง ช่วง 7 – 8 เดือน…