5 เมนูเเครอทเพื่อลูกน้อย

หากพูดถึง “แครอท” ไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน เพราะอยู่คู่กับครัวของทุกบ้านมาอย่างยาวนาน เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี และแน่นอนว่า แครอทไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะเจ้านี่เค้าอุดมไปด้วยคุณค่า และ สารอาหารมากมาย ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและสามารถช่วยลดการเกิดออกซิเดชันของไขมัน นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี โฟเลต และอื่นๆ (พูดไม่หมดกันเลยทีเดียว) เรียกได้ว่า มีประโยชน์ทุกอนูเลยก็ได้ว่าได้จ้า ครั้งนี้เวลบีเลยอยากจะมาแจกสูตร 5 เมนูสำหรับลูกน้อยที่ทำจากแครอทกันหน่อยย คุณแม่เตรียมจดด่วนๆ เล้ยยย เมนูที่ 1 : เฟรนช์ฟรายส์แครอท     ส่วนผสม เฟรนช์ฟรายส์แครอท แครอทหั่นแท่ง 1 กิโลกรัม น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ผงกระเทียม 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา พริกป่นปาปริก้า 1/4 ช้อนชา พริกป่นคาเยน 1/8 ช้อนชา     วิธีทำเฟรนช์ฟรายส์แครอท…

10 ไอเดียของขวัญ สำหรับคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่

สำหรับใครที่มีคนใกล้ตัวที่กำลังตั้งครรภ์ หรือใกล้จะคลอดลูก สิ่งที่ทำให้คิดไม่ตกอีกอย่างนึงก็คือการเลือกของขวัญสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ มือใหม่ ที่อยากจะให้เป็นการยินดี แต่ความยากอยู่ตรงที่ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี ซื้อไปแล้วจะใช้ได้ไหมเพราะเด็กอาจจะแพ้หรือซื้อแล้วขนาดไม่พอดี จะซื้อซ้ำกับของที่เค้ามีอยู่ไหมเพราะจริงๆแล้ว เกือบทุกครอบครัวมักจะมีการเตรียมของไว้ก่อนคลอดเกือบหมดแล้ว วันนี้เวลบีเลยจะมาแนะนำ ไอเดียของขวัญที่(อาจจะ) คาดไม่ถึง แต่ถ้าซื้อไปให้รับรองได้ใช้และประทับใจคนรับอย่างแน่นอน มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันได้เลยค่ะ 1. กล้องวงจรปิด บางครั้งคุณพ่อ หรือคุณแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หรือตอนลูกนอนก็ต้องเดินไปทำธุระอีกห้อง การมีกล้องวงจรปิดไว้ดูลูกให้หายคิดถึง หรือคอยดูความเรียบร้อยก็จะช่วยให้มีเวลามากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มักนึกไม่ถึง หรือคิดว่ายังไม่ได้ใช้ในช่วงแรก แต่ถ้าหากมีไว้ รับรองได้ใช้ชัวร์ 2. USB ใส่ Playlist เพลง ลำพังแค่เลี้ยงลูกน้อยก็วุ่นทั้งวันแล้ว แทนที่จะปล่อยให้คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่มานั่งเลือกเพลงเอง เราก็ทำเป็น playlist ใส่ลงใน USB ไปให้สะเลย จะแยกเป็นเพลงกล่อมนอน เพลงเสริมพัฒนาการ หรือเพลงผ่อนคลายคุณพ่อคุณแม่ก็ยังได้ เวลาฟังรับรองต้องนึกถึงหน้าคนให้แน่ๆ 3. ประกันสุขภาพ เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่ประกันสุขภาพสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กทารกก็มีเช่นกัน และพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็อยากทำให้ลูกเพื่อความสบายใจ มีไว้ถึงไม่ได้ใช้แต่อุ่นใจแน่นอน 4. สมุดจำบันทึกพัฒนาการลูกน้อย ว่ากันว่าเด็กในช่วงแรกนั้นมีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก คุณพ่อคุณแม่แต่ละบ้านก็ต้องอยากบันทึกพัฒนาการของลูกตัวเองอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเวลบีแนะนำให้ซื้อสมุดสำหรับบันทึกไปให้จดและรวบรวมไว้ในเล่มเดียว…

ท่านอนแสนสบายสาหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

ว่ากันว่าช่วงตั้งครรภ์เนี่ยเป็นช่วงที่คุณแม่หลายคนจะมีเรื่องให้วิตกกังวลกันอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกินแล้ว การนอนก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าจะนอนจะนั่งท่าไหนถึงจะส่งผลดีกับลูกในท้อง หรือจะทำให้คุณแม่รู้สึกไม่เจ็บปวด วันนี้เวลบีขอนำเทคนิคเล็กๆ  น้อยๆ เกี่ยวกับท่านอนแสนสบายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์มาฝากค่ะ ท่านอนสำหรับคุณแม่ท้องอ่อน คุณแม่ที่มีอายุครรภ์อยู่ในช่วงไม่เกิน 4 เดือน หรือ 16 สัปดาห์ ถือเป็นช่วงที่ท้องอ่อนๆ ท้องยังไม่โตมากนั่ง ส่วนมากก็จะเลือกนอนหรือลุกนั่งตามปกติ บางคนอาจจะยังไม่มีอาการเจ็บปวดใด แต่สำหรับบางคนอาจจะเริ่มรู้สึกตึงๆ ช่วงปีกมดลูกได้ ซึ่งในช่วงอายุครรภ์เท่านี้นั้นน้ำหนักของทารกและน้ำคร่ำรวมๆ กันก็น่าจะหนักขึ้นเป็นกิโลๆแล้ว หากคุณแม่นอนตะแคงทั้งคืนก็คงจะทำให้รู้สึกเสียดหรือตึงปีกมดลูกอีกฝั่งนึงได้ เช่น นอนตะแคงซ้ายจะเจ็บปีกมดลูกขวา ฉะนั้นแล้วในช่วงอายุครรภ์อ่อนๆ นี้ คุณแม่สามารถนอนหงายได้ โดยจะเป็นท่าที่ทำให้รู้สึกสบายที่สุดสำหรับช่วงนี้ค่ะ ท่านอนสำหรับคุณแม่ท้องแก่ คุณแม่ที่มีอายุครรภ์ในช่วง 16 สัปดาห์ขึ้นไป จะเป็นช่วงที่ท้องเริ่มโต ทารกเริ่มมีพัฒนาการ มีการขยายขนาดตัว ซึ่งรวมกับน้ำคร่ำแล้วก็จะมีน้ำหนักพอสมควร การนอนหงายในช่วงท้องแก่ๆ นี้ จะทำให้น้ำหนักของทารกไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหลังซึ่งจะขวางทางไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ได้น้อย อาจทำให้รู้สึกเพลียหรือหนักถึงจึ้นหน้ามืด เป็นลม จนเกิดอันตรายได้ โดยท่านอนแสนสบายของคุณแม่ในช่วงนี้คือการนอนตะแคงและยกขาให้สูง พยายามดื่มน้ำให้มากๆ ก็จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นค่ะ ท่านอนที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ จะสังเกตว่าท่านอนที่เหมาะสมของคุณแม่ไม่ว่าจะเป็นช่วงท้องอ่อนๆ หรือท้องแก่ จะเป็นการนอนตะแคงหรือนอนหงาย โดยไม่ควรที่จะนอนคว่ำ ซึ่งการนอนคว่ำจะเป็นการกดทับน้ำหนักของทารกด้วยน้ำหนักตัวของคุณแม่จนอาจเกิดอันตรายต่อตัวทารก…

10 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ต้องรู้ !!!

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์แน่นอนว่าทุกคนก็อยากให้การตั้งครรภ์และการคลอดปลอดภัย สมบูรณ์ทั้งคุณแม่ คุณลูก แต่การตั้งครรภ์ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาได้ วันนี้เวลบีเลยนำข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเสี่ยงที่พบบ่อยๆในระหว่างตั้งครรภ์มาให้คุณแม่ได้รู้จัก เป็นข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนนะคะ ท้องนอกมดลูก การท้องนอกมดลูกคือภาวะที่ไข่ที่ได้รับการผสมกับอสุจิแล้วไปฝังอยู่นอกมดลูก พบบ่อยที่สุดคือท้องในท่อนำไข่ ซึ่งเมื่อเด็กโตไปได้ระยะหนึ่งก็มักจะเสียชีวิต อาการนี้จะพบได้บ่อยๆในคนที่เคยมีประวัติปีกมดลูกอักเสบ หรือเคยทำแท้งมาก่อน ภาวะรกเกาะต่ำ ปกติรกจะเกาะที่ยอดมดลูก แต่บางรายรกเกาะต่ำลงมาที่ปากมดลูก จึงขวางทำให้เด็กเคลื่อนลงมาไม่ได้ และถ้าเด็กตัวใหญ่ขึ้น รกที่เกาะอยู่แผ่นใหญ่ขึ้น พอขยายตัวอาจทำให้เกิดรอยเผยอระหว่างตัวรกกับปากมดลูกได้ ทำให้คุณแม่มีเลือดออก ถ้าเลือดออกมากๆ อาจทำให้เด็กและแม่เสียชีวิตได้ ส่วนมากมักเจอในแม่ที่มีลูกมากๆ เคยคลอดลูกหลายๆ คน หรือว่าเคยขูดมดลูกมาก่อน แท้งบุตร การแท้งบุตร คือการตั้งครรภ์นั้นจำเป็นต้องยุติหรือสิ้นสุดลงก่อนเวลาอันควร ซึ่งถ้ายุติในช่วงเวลานี้ส่วนมากเด็กจะไม่สามารถมีชีวิตได้เพราะว่าตัวเล็กเกินไป การแท้งมีอยู่ 2 ประการคือ แท้งเอง กับตั้งใจทำแท้ง การแท้งเองอาจเกิดจากไข่ที่ไม่สมบูรณ์ หรือว่าแม่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคเลือดบางชนิด ก็ทำให้แท้งได้ บางรายก็หาสาเหตุชัดๆ ไม่ได้ เช่น อาจจะเกิดจากภาวะเครียด อดนอน ทำงานหนัก ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ตามธรรมชาติรกจะเกาะที่ยอดมดลูก เมื่อเด็กคลอด รกถึงจะหลุดจากมดลูกคลอดตามออกมาด้วย แต่บางรายรกที่เกาะมดลูกอยู่หลุดออกมาก่อน โดยที่เด็กยังไม่คลอด เมื่อรกหลุดทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงเด็กที่เคยผ่านรกขาดไปทันที หากช่วยไม่ทันจะทำให้เด็กเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้องได้ ส่วนใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ถูกกระแทกที่หน้าท้อง…

อยู่ไฟดียังไง ทำไมใคร ๆ ก็แนะนำ

คุณแม่ยุคใหม่ เคยได้ยินคำว่า “อยู่ไฟหลังคลอด” กันบ้างมั้ยคะ การอยู่ไฟหลังคลอดเป็นภูมิปัญญาชาบ้านของคนไทยที่ทำสืบต่อกันมาอย่างยาวนานมาก ๆ พูดให้เห็นภาพชัด ๆ คือ การเข้ากระโจมและอบสมุนไพรนั่นเองค่ะ ซึ่งการอยู่ไฟนั้นมีคุณประโยชน์ที่มากมายนานัปการที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของคุณแม่หลังคลอด และปรับสมดุลในร่างกายให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด ครั้งนี้ เวลบีจะพาทุกคนไปเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องของการอยู่ไฟกันค่ะ ไปดูกันเลย ข้อดีของการอยู่ไฟ การอยู่ไฟเป็นกระบวนการที่ช่วยดูแลคุณแม่หลังคลอดที่คนไทยสมับโบราณคิดค้นขึ้น โดยเชื่อกันว่าจะช่วยทำให้ร่างกายของคุณแม่ที่ผ่านการอุ้มท้องมา 9 เดือน จะฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าให้กลับคืนสู่สภาพปกติได้โดยเร็ว โดยใช้ความร้อนเข้าช่วย ทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นบริเวณหลังและขาที่เกิดจากการกดทับในขณะตั้งครรภ์ได้คลายตัว ช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามตัว ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี ช่วยปรับสมดุลร่างกายของคุณแม่ให้เข้าที่ อาการหนาวสะท้านที่เกิดจากการเสียเลือดและน้ำหลังคลอดมีอาการดีขึ้น ทำให้มดลูกที่ขยายตัวได้หดรัดตัวหรือเข้าอู่ได้เร็ว พร้อมกับช่วยให้ปากมดลูกปิดได้ดี จึงป้องกันการติดเชื้อในโพรงมดลูกหลังคลอด ทำให้น้ำคาวปลาแห้งเร็ว ลดการไหลย้อนกลับจนนำไปสู่ภาวะเป็นพิษ การอยู่ไฟ ทำอย่างไร ยุ่งยากรึป่าวนะ ? การอยู่ไฟหลัก ๆ จะประกอบไปด้วยการนวดประคบ โดยใช้ลูกประคบร้อนที่ห่อไปด้วยสมุนไพรต่าง ๆ มากกว่า 10 ชนิด เช่น ขมิ้น ตะไคร้ การบูร ใบส้มป่อย เถาเอ็นอ่อน ฯลฯ มานวดคลึงตามบริเวณร่างกายและเต้านม เพื่อช่วยลดอาการปวดเมื่อยและรักษาแผลหลังคลอด หลังจากผ่านการนวดประคบ คือ…

เทคนิคพิชิตหุ่นเฟิร์มหลังคลอด

เรื่องรูปร่างหลังคลอดคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคุณแม่หลายๆ คนใช่มั้ยคะ เพราะช่วงตั้งท้องเนี่ยน้ำหนักคุณแม่ก็คงขึ้นไปหลายกิโล แต่พอคลอดปุ๊ปก็ใช่ว่ามันจะลงมาง่ายๆน่ะสิ  วันนี้เวลบีเลยรวบรวมเทคนิคพิชิตหุ่นเฟิร์มสำหรับคุณแม่หลังคลอดมาฝากนะคะ ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างหุ่นถึงจะกลับมาเซี๊ยะและสวยเหมือนเดิม ไปอ่านกันเลยค่า… เริ่มจากการตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ โดยปกติคุณแม่จะน้ำหนักลงหลังคลอดประมาณ 4-5 กิโลกรัม ซึ่งหากต้องการลดมากกว่านั้นควรที่จะค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจตั้งเป้าหมายไว้ที่ประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งไม่ควรหักโหมไปมากกว่านี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วไปจะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ค่ะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละแปดแก้ว จะช่วยป้องกันอาการขาดน้ำ และยังเป็นการช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องผิวพรรณด้วยค่ะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ไม่หักโหม การออกกำลังกายในช่วงหลังคลอดอาจต้องทำอย่างระมัดระวังโดยไม่หักโหมมากเกินไป คุณแม่จะเริ่มออกกำลังกายได้ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอด คุณแม่ควรทำการออกกำลังกายโดยวิธี Cardio ควบคู่กับการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะจะเป็นการกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีขึ้น อาจเริ่มโดยการเริ่มเดินบนลู่วิ่ง หรือเดินรอบๆ บ้าน และพยายามลดหน้าท้องด้วยการ Planking ประมาณ 30 วินาที –  1 นาทีต่อครั้ง จะช่วยลดหน้าท้องได้เป็นอย่างดีค่ะ พักผ่อนให้เพียงพอ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการควบคุมน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพเพิ่มการเผาผลาญได้ดีกว่าการพักผ่อนน้อย โดยคุณแม่ควรนอนให้ได้วันละ 7 ชั่วโมง ซึ่งแม้ว่าลูกน้อยจะมีการรบกวนบ้างก็ตาม หากคุณแม่มีโอกาสได้งีบหรือพักผ่อนก็ควรจะพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ ควบคุมอาหารแต่ไม่อดอาหาร คุณแม่ควรควบคุมการทานอาหาร ลดอาหารจำพวกแป้งที่มากเกินไป และลดไขมันด้วย เน้นการทานอาหารที่มีประโยชน์แทนการอดอาหาร เพราะถือเป็นการลดน้ำหนักที่ผิดและจะส่งผลเสียได้…

เพลงกล่อมเด็กสำหรับลูกน้อย…

คุณแม่หลายท่านอาจประสบปัญหาเจ้าหนูน้อยงอแง ไม่ยอมหลับสักที วันนี้เวลบีรวบรวมเพลงกล่อมเด็กที่จะช่วยให้เจ้าหนูหลับง่ายและหลับสบายไปกับเสียงเพลงเพราะๆ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกน้อยด้วยค่ะ โดยวันนี้เวลบีได้นำเพลงกล่อมเด็กเวอร์ชั่นเพราะๆ ที่พร้อมจะให้คุณแม่เปิดกล่อมเจ้าหนูเลยค่ะ จันทร์เจ้า ” จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า             ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดง                 ผูกมือน้องข้า ขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่        ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั่งให้น้องข้านอน      ขอละครให้น้องข้าดู ขอยายชูเลี้ยงน้องข้าเถิด       ขอยายเกิดเลี้ยงตัวข้าเอง ” ฟังเพลง จันทร์เจ้า โยกเยก “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ หมาหางงอ ขี่คอโยกเยก” ฟังเพลง โยกเยก นกขมิ้น “เจ้านกขมิ้นเหลืองอ่อนเอย ค่ำแล้วจะนอนที่ตรงไหน นอนที่ไหนก็นอนได้ สุมทุมพุ่มไม้ก็เคยนอน ลมพระพายชายพัดมาอ่อน ๆ เจ้าก็จรมานอนรังเอย” ฟังเพลง นกขมิ้น…

เครื่องปั๊มนมนั้น สำคัญไฉน!!

ช่วงคุณแม่หลังคลอดจะเป็นช่วงที่สามารถผลิตน้ำนมได้มาก ซึ่งบางครั้งก็อาจจะมากกว่าความต้องการของเจ้าหนู หรือบางรายก็อาจจะไม่เพียงพอ หรือบางทีคุณแม่อาจจะต้องทำธุระหรือทำงานจนไม่ว่างที่จะให้นมกับลูกได้อย่างเพียงพอ เราจึงมีนวัตกรรมที่เรียกว่าเครื่องปั๊มนมขึ้นมา ซึ่งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมนั้นคุณแม่คงต้องทำการศึกษาก่อนนะคะ ว่าเครื่องปั๊มนมแบบไหนที่เหมาะกับเรา และประโยชน์ของเครื่องปั๊มนมนั้นมีอะไรบ้าง วันนี้เวลบีจึงรวบรวมข้อมูลมาให้อ่านกันค่ะ ปั๊มนมมีประโยชน์อย่างไร ทำไมต้องปั๊มนม? อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นนะคะว่าบางครั้งคุณแม่ก็อาจจะไม่มีเวลาว่างให้นมเจ้าหนูได้ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากเรื่องนี้แล้วการปั๊มนมก็ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆค่ะ ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมของคุณแม่ ทำให้ปริมาณน้ำนมของคุณแม่มากขึ้น เก็บสำรองน้ำนมในกรณีที่ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือไม่สามารถกินน้ำนมแม่จากเต้าได้ เก็บสำรองน้ำนมไว้ใช้ในช่วงที่แม่ต้องหยุดการให้น้ำนมเนื่องจากมีผลข้างเคียงจากการใช้ยา ช่วยบรรเทาอาการคัดเต้านม เพิ่มโอกาสให้คุณพ่อได้ป้อนนม เพิ่มความคุ้นชินระหว่างพ่อลูกด้วยค่ะ เลือกเครื่องปั๊มนมอย่างไรจะเหมาะสม เครื่องปั๊มนมนั้นมีอยู่ 2 ประเภทซึ่งก็คือเครื่องปั๊มนมแบบธรรมดาและแบบไฟฟ้า ซึ่งการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความเหมาะสมของคุณแม่แต่ละท่าน รวมถึงความถี่จากการใช้งานเครื่องปั๊มนมค่ะ 1. เครื่องปั๊มนมแบบธรรมดา : เป็นเครื่องปั๊มนมแบบใช้มือ ซึ่งมีราคาถูกกว่าเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมเป็นครั้งคราว เฉพาะเวลาที่ไม่สะดวกให้นม หรือเมื่อมีอาการคัดเต้า ต้องการระบายน้ำนม แต่ทั้งนี้คุณแม่ก็ต้องมีเวลาด้วยนะคะ เพราะใช้เวลาค่อนข้างนานค่า 2. เครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้า : เป็นเครื่องปั๊มนมที่จะมีราคาแพงกว่าแบบธรรมดา แต่จะช่วยทุ่นเวลาให้คุณแม่ได้นะคะ ซึ่งเครื่องปั๊มนมแบบนี้น่าจะเหมาะกับคุณแม่ที่ต้องทำงานประจำ ไม่ค่อยมีเวลาให้นมลูก และต้องการประหยัดเวลาในการปั๊มนมค่ะ แต่ทั้งนี้เครื่องปั๊มแบบไฟฟ้าก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าและอาจมีเสียงดังเวลาปั๊ม คุณแม่อาจใช้สลับกับแบบธรรมดาก็ได้นะคะ ทั้งนี้การปั๊มนมอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเก็บรักษาน้ำนมเพื่อสำรองใช้ในเวลาฉุกเฉิน หรือเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ แต่ทั้งนี้การที่จะทำให้น้ำนมมีคุณภาพนั้น คุณแม่ต้องมีการทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนมนะคะ ซึ่งคุณแม่อาจเลือกทาน Product…

อาการหลังคลอด 10 อย่างที่คุณแม่ควรรู้

หลังจากคุณแม่ตั้งครรภ์มา 9 เดือนจนมาถึงวันที่ได้คลอดลูกน้อยออกมา เชื่อว่าร่างกายคงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย และแน่นอนว่าหลังจากคลอดแล้ว ร่างกายก็จะต้องเปลี่ยนกลับไปให้เป็นเหมือนเดิมมากที่สุด แต่อาการหลังคลอดที่ตามมาของคุณแม่แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่เจอเลย หรือบางคนอาจจะเจอเยอะมาก ซึ่งระดับความรุนแรงก็ไม่เหมือนกันอีก นอกจากอาการเจ็บแผลทั่วไป วันนี้เวลบีอยากจะเอาข้อมูลสิ่งคุณแม่อาจจะเจอได้หรือที่เรียกว่า ภาวะหลังคลอด มาฝากให้คอยเฝ้าสังเกตุอาการกัน เพราะถ้าหากรู้สึกว่าเป็นอยู่และนานเกินไปจะได้ไปพบแพทย์ได้ทันค่ะ 1. มีน้ำคาวปลาออกมาจากช่องคลอด น้ำคาวปลาคือเลือดที่ออกมาหลังจากการคลอด เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกหลุดออกมาบางส่วน ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งผ่าคลอดและคลอดเอง แนะนำให้คุณแม่เตรียมผ้าอนามัยแบบกลางคืนหรือแบบหนาเอาไว้ติดตัวด้วย เพราะน้ำคาวปลาจะออกมาเหมือนมีประจำเดือน แต่ปริมาณจะมากกว่า ซึ่งผู้หญิงหลังคลอดจะมีน้ำคาวปลาประมาณ 4-6 สัปดาห์แล้วค่อยลดลงเรื่องๆ 2. ปวดท้องน้อย อาการปวดท้องน้อยอาจเกิดขึ้นกับคุณแม่บางคนหลังคลอด 2-3 วัน เหมือนอาการปวดประจำเดือน เกิดขึ้นเพราะมดลูกกำลังปรับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนมีลูก (มดลูกเข้าอู่) คนที่มีลูกคนที่ 2 ขึ้นไปจะยิ่งปวดกว่าเดิม เพราะมดลูกต้องปรับตัวมากขึ้น 3. เหงื่อออกมากกว่าปกติ เนื่องจากหลังคลอดร่างกายของคุณแม่ต้องปรับฮอโมนและระดับเลือดหลังคลอดทำให้เกิดความรู้สึกร้อนได้ง่าย เหงื่อไหลออกมาหลังคลอดมากเป็น 4. ท้องผูก อาการท้องผูกหลังคลอด เกิดขึ้นเพราะริดสีดวง แม้แต่คนที่ผ่าคลอดบุตรก็อาจจะมีอาการท้องผูกได้ เพราะได้แต่นอนเฉยๆ เพราะเจ็บแผล เมื่อคุณหมออนุญาต ให้เริ่มเดินช้าๆ ในบริเวณโรงพยาบาล นอกจากนั้นก็ดื่มน้ำเยอะหน่อย และทานอาหารที่มีกากใยก็ช่วยได้เยอะ 5.…

เลี้ยงลูกด้วยกล้วย แต่ไม่ใช่เรื่องกล้วยกล้วย

กล้วยกับเด็กเหมือนเป็นของคู่กัน ซึ่งถ้าย้อนเวลากลับไปเวลบีคิดว่าในวัยอย่างเราคงโตมากับการกินกล้วยบดตอนเด็กๆใช่ไหมคะ แต่เราคงจำไม่ได้หรอกว่าเรากินตอนอายุเท่าไหร่ มาคิดว่าจะเริ่มป้อนให้ลูกเราตอนไหนดีก็นึกไม่ออก แถมช่วงหลังก็มีประเด็นการป้อนกล้วยให้เด็กทารกมาให้กังวลอีก แต่เอ๊ะ เราก็โตมากับมันได้นี่หน่า โอ๊ย สารพัดความสับสน แต่เรื่องแบบนี้จริงๆแล้วคือเรื่องของระบบการทำงานของร่างกายทารก ที่จะมีพัฒนาการในแต่ละช่วง มีการเติบโตซึ่งคุณแม่ก็ต้องทำความเข้าใจว่าช่วงไหนที่มีพัฒนาการอย่างไร เพื่อจะได้ป้อนอาหารได้ถูกหลัก ปลอดภัยและเป็นประโยชน์กับลูกน้อยที่สุด แน่นอนค่ะ วันนี้เวลบีก็มีข้อมูลมาไขความสงสัยว่าจริงๆแล้วกล้วยมีประโยชน์กับทารกยังไง แล้วช่วงไหนที่สามารถป้อนได้ ทำไมต้องกล้วย? อันดับแรกต้องบอกก่อนว่ากล้วยที่เหมาะสำหรับการป้อนเด็กทารก คือ กล้วยน้ำว้า เพราะเป็นผลไม้ที่หาง่าย ปลูกได้ทุกบ้านเรือน คนไทยเลยนิยมกัน และกล้วยน้ำว้ามีเนื้อที่นิ่ม ทานได้ง่าย เด็กทารกที่ยังไม่มีฟันก็สามารถทานได้ ส่วนในเรื่องของประโยชน์ สารอาหาร กล้วยมีส่วนประกอบของโปรตีนที่ใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ มีโปแตสเซียมสูงมาก ซึ่งช่วยเพิ่มพลังให้สมองตื่นตัว และกล้วยยังช่วยให้เด็กไม่มีอาการท้องผูก เพราะมีเส้นใยอาหารอยู่มาก ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก กล้วยแบบไหนถึงจะดี? เวลบีแนะนำว่าควรเป็นกล้วยน้ำว้าที่สุกงอม ยิ่งสุกคาต้นได้ยิ่งดีเลยค่ะ เพราะกล้วยมีองค์ประกอบหลักคือ แป้ง (คาร์โบไฮเดรต) และน้ำตาล ซึ่งในกล้วยดิบจะพบแป้งเป็นส่วนใหญ่ โดยแป้งของกล้วยมีบางส่วนที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ยิ่งในเด็กที่ย่อยได้ยากกว่าผู้ใหญ่ก็จะทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกายได้ จึงแนะนำให้เป็นกล้วยที่สุกงอมที่มีองค์ประกอบของน้ำตาลมากกว่าแป้ง ทำให้การย่อยเป็นเรื่องง่าย ส่วนที่บอกให้สุกคาต้นก็เพราะว่าสมัยนี้ส่วนใหญ่กล้วยที่เก็บมาขายจะยังเป็นกล้วยดิบ ซึ่งในระหว่างการบ่มอาจจะทำให้แป้งเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้ไม่เต็มที่เท่ากับแบบที่สุกคาต้นนั่นเองค่ะ เมื่อไหร่ที่สามารถเริ่มป้อนกล้วยได้? นักวิชาการทางการแพทย์หลายๆท่านแนะนำให้ป้อนกล้วยให้กับเด็กทารกตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป…