5 เทคโนโลยี แก้ไขปัญหามีบุตรยาก …

การมีบุตรยากคงเป็นปัญหาที่น่ากังวลสำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่าน เพราะไม่ว่าจะลองวิธีไหน เจ้าลูกน้อยก็ยังไม่มาให้เห็นสักที วันนี้เวลบีได้รวบรวม 5 เทคโนโลยีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการมีบุตรยากสำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านมาฝาก  ลองไปดูกันนะคะว่าวิธีไหนมีส่วนช่วยอย่างไร และเหมาะกับเราหรือไม่ค่ะ 1. เทคโนโลยีคัดเลือกเชื้ออสุจิ และผสมเทียม สำหรับการคัดเลือกเชื้ออสุจิ ผสมเทียม หรือ Intrauterine insemination : IUI เป็นการฉีดอสุจิที่ได้มีการคัดเลือกเอาอสุจิที่มีความแข็งแรง ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกผ่านสายยางที่สอดจากปากมดลูก ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก แต่ผลจะดีหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับอสุจิที่เลือกมา ต้องเป็นของผู้มีร่างกายแข็งแรงมีอายุไม่มาก และฝ่ายหญิงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเยื่อบุโพรงมดลูกหรือท่อนำไข่ตัน 2. การทำกิ๊ฟท์ การทำกิ๊ฟท์ (Gamete Intrafallopain Transfer : GIFT) คงเป็นวิธีที่หลายท่านเคยได้ยิน ซึ่งถือเป็นการนำเอาไข่และตัวอสุจินำกลับเข้าไปยังท่อรังไข่ ที่เป็นตำแหน่งของการปฏิสนธิตามธรรมชาติ ผ่านทางช่องท้องด้วยการส่องกล้องค่ะ ซึ่งเหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่มีท่อรังไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง และฝ่ายชายที่มีอสุจิปกติค่ะ 3. การทำเด็กหลอดแก้ว เด็กหลอดแก้ว หรือ In-Vitro Fertization : IVF  จะมีความคล้ายกับการทำกิ๊ฟท์ แต่จะต่างตรงที่จะมีการปฏิสนธิของไข่และอสุจิในหลอดทดลองจนเกิดเป็นตัวอ่อนแล้วจึงนำกลับเข้าไปในมดลูก ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติของท่อรังไข่ทั้งสองข้าง หรือภาวะเยื่อบุโพรงมดลูก…

อยากได้ลูกแฝดต้องทำอย่างไร…?

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงอยากจะมีลูกแฝดน่ารักๆ ไว้สักคู่ ไม่ว่าจะเป็นแฝดชาย แฝดหญิง หรือชายหญิง ทั้งนี้ก็อาจเป็นเพราะไหนๆ ก็มีลูกทั้งทีมีไปเลยสองคนน่าจะดีกว่า แต่ว่าการมีลูกแฝดนั้นมันก็ไม่ได้มีกันง่ายๆทุกคนน่ะสิ วันนี้เวลบีจึงขอรวบรวมข้อมูลมาเสนอให้ดูว่า การจะมีลูกแฝดนั้นเกิดขึ้นจากปัจจัยใดได้บ้าง ปัจจัยที่ก่อให้เกิดลูกแฝด กรรมพันธุ์ : แน่นอนว่าปัจจัยหลักๆ ของการมีลูกแฝดเกิดจากกรรมพันธุ์ เพราะหากมีใครคนใดคนหนึ่งในครอบครัวเป็นแฝด หรือมีประวัติการตั้งครรภ์แฝดแล้ว ก็ย่อมส่งผลให้โอกาสในการเกิดลูกแฝดของคนในครอบครัวมีมากขึ้น เคยตั้งครรภ์มาแล้วหลายครั้ง : คุณแม่ที่เคยมีบุตรหรือเคยตั้งครรภ์มาแล้วหลายครั้ง จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากขึ้นเนื่องจากมีโอกาสตกไข่ได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ คุณแม่ตั้งครรภ์ขณะอายุ 35 ปีขึ้นไป : เนื่องจากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ช้านี้จะมีการกระตุ้นไข่เหลือเก็บมากขึ้นเพื่อให้ตั้งครรภ์ จึงอาจเกิดโอกาสตกไข่มากกว่า 1 ฟอง จึงทำให้คุณแม่ที่มีอายุช่วง 35 ปีขึ้นไป มีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อยๆ แต่ทั้งนี้ก็จะมีความเสี่ยงจากการตั้งครรภ์มากกว่าเช่นกัน น้ำหนักและส่วนสูง : ในคุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวมากก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดได้มากกว่าคุณแม่ทั่วไป เชื้อชาติ : จากข้อมูลวิจัยพบว่าคุณแม่ที่มีเชื้อชาติแอฟริกันจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าคุณแม่ที่มีเชื้อชาติอื่นทั้งคุณแม่ผิวขาวหรือผิวเหลืองค่ะ การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม : จากงานวิจัยพบว่าคุณแม่ที่ชอบการดื่มนม และดื่มนมมากกว่าปกติ 5 เท่านั้นจะมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดมากกว่าคุณแม่ที่ไม่ทานนมหรือเนื้อสัตว์ เนื่องจากจะมีโปรตีนบางชนิดที่ช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาของรังไข่และเพิ่มโอกาสในการตกไข่ที่มากขึ้นด้วย การกินยาคุมต่อเนื่องเป็นเวลานาน : เนื่องจากการกินยาคุมเป็นเวลานานนั้น เมื่อหยุดกินจะทำให้ไข่ตกเป็นจำนวนมากขึ้นทำให้โอกาสของการมีลูกแฝดสูงขึ้นค่ะ การให้นมลูกอย่างต่อเนื่อง : คุณแม่ที่มีการให้นมลูกคนแรกอย่างต่อเนื่องไปจนตั้งครรภ์ลูกคนที่สองจะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากกว่าคุณแม่ที่ไม่ให้นมลูกค่ะ…

จริงหรือไม่ ผู้หญิงไม่ควรมีลูกหลังอายุ 35??

หลายๆงานวิจัยบ่งชี้ว่าช่วงอายุที่เหมาะแก่การตั้งครรภ์คือช่วงอายุ 20 ปี แต่บางงานวิจัยกับบอกว่าอายุ 30 – 39 ปี แต่ที่เคยได้ยินกันมาว่าหลังจากอายุ 30 ปี จะทำให้มีลูกยาก เอ๊ แล้วแบบนี้จะเชื่ออันไหนดี งง กันไปเลยใช่ไหมล่ะคะ วันนี้เวลบีได้ไปทำการศึกษามาแล้ว เลยอยากมาสรุปให้ฟัง ให้คุณแม่ทุกท่านเข้าใจได้ง่ายๆ สไตล์เวลบีค่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่อายุเกิน 35 ปีไปแล้ว จะไม่สามารถมีลูกได้ ในความเป็นจริงคือไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็ยังคงมีโอกาสตั้งครรภ์ แต่สิ่งที่ต่างกันในแต่ละช่วงอายุคือ ความสมบูรณ์ของครรภ์ ความสมบูรณ์ของเด็ก โอกาสที่จะตั้งครรภ์ ภาวะต่างๆระหว่างตั้งครรภ์ที่ก็จะเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งภาวะเจริญพันธุ์ของสตรีเพศจะสูงสุดในช่วงวัย 20-30 ปี แล้วจะลดฮวบลงทันทีหลังอายุ 30 ปี จากการเก็บข้อมูลเชิงสถิติล่าสุด พบว่าโอกาสที่ผู้หญิงจะมีบุตรให้สำเร็จในหนึ่งปี มีถึง 75% ในขณะอายุ 30 ปี ลดลงมาเหลือ 66% ที่อายุ 35 ปี และเหลือเพียง 44% ที่วัย 40 ปี แต่หากให้เวลาตัวเองได้ถึงสี่ปี จะเพิ่มโอกาสได้ถึง…

คุณพ่อต้องรู้.. 4 ฮอร์โมนที่ทำให้คุณแม่เปลี่ยนไป !!

ต้องยอมรับว่า เรื่องของความเปลี่ยนแปลง และ ความแปรปรวนทางด้านอารมณ์ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่ว่าที่คุณแม่ต้องเผชิญในช่วงการตั้งครรภ์ เรียกได้ว่าบ้างครั้ง ใน 1 วัน อารมณ์ของคุณแม่เปลี่ยนไปแทบไม่ซ้ำกันเลย บางท่านอาจเป็นมากถึงขั้น “โรคซึมเศร้า” เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เวลบีอยากบอกว่า อาหารเหล่านี้ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่คุณแม่ทุกท่านต้องเผชิญ เพราะอาการพวกนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายของคุณแม่เท่านั้น ไม่ใช่อาการผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่ง คุณพ่อคือบุคคลสำคัญที่จะทำให้คุณแม่ก้าวผ่านเรื่องยากๆ นี้ไปได้ ดังนั้น เวลบีเลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์โมนต่างๆ รวมถึงอาการต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่ เพื่อให้คุณพ่อเข้าใจและสามารถรับมือกับคุณแม่ได้ดีขึ้นค่าา 4 ฮอร์โมนสำคัญ ในช่วงการตั้งครรภ์      1. ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone)      โปรเจสเตอโรน หรือ ฮอร์โมนสำหรับการตั้งครรภ์ ทำให้การตั้งครรภ์สามารถดำเนินต่อไปได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน และมีหน้าที่ในการยับยั้งการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้ร่างกายไม่กำจัดทารกซึ่งถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายออกมา โดยเจ้าฮอร์โมนนี้จะไปกดภูมิคุ้มกันของร่างกายเอาไว้นั่นเอง ปกติแล้วรกจะทำหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้นอย่างช้า ๆ ในช่วงระหว่างสัปห์ดาที่ 9 – 32 ของการตั้งครรภ์      2.…

ราคาแพคเกจทำคลอด ปี 2561 (10 โรงพยาบาลเอกชน)

เวลบีมีสาระเกี่ยวกับข้อมูลค่าแพคเพจคลอดของโรงพยาบาลเอกชนมาฝากกันค่าา มีตั้งแต่ถูกยั้นแพงเลยย เผื่อให้คุณแม่คุณแม่ได้ตัดสินใจกันน และเวลบีแถมเขตที่ตั้ง พร้อมเบอร์ติดต่อโดยตรงถึงโรงพยาบาลเลยจ้าา มีโรงพยาบาลอะไรบ้างง ไปดูกันเล้ยยยย โรงพยาบาล : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพคเกจคลอดธรรมชาติ : 91,000 (พักฟื้น 3 วัน 2 คืน) แพคเกจผ่าคลอด : 144,700 (พักฟื้น 4 วัน 3 คืน) เขต : วัฒนา เบอร์โทรติดต่อ : 02 066 8888 หรือ 02 011 5999 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาล : โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท แพคเกจคลอดธรรมชาติ : 89,900 (พักฟื้น 3 วัน 2 คืน) แพคเกจผ่าคลอด : 119,000 (พักฟื้น…

อาหารตามช่วงวัยของลูกน้อย คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ !!

ลูกน้อยแต่ละช่วงวัยมีความต้องการสารอาหารต่างกันและการให้อาหารที่ถูกกับวัยนั้นสำคัญต่อพัฒนาการและสุขภาพของลูกน้อยมาก บางทีคุณแม่อยากให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่ร่างกายของเด็กอาจยังไม่สามารถรับได้ เวลบีเลยเอาข้อมูลมาฝาก เพราะอยากให้แม่ๆทุกท่านคัดสรรสิ่งดีๆให้ลูกได้อย่างถูกต้อง อาหารสำหรับช่วงวัยแรกเกิด – 6 เดือน แน่นอนว่าสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด คือ นมแม่  เพราะมีสารอาหารที่เหมาะสมพร้อมทั้งภูมิต้านทานที่ช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยบ่อย อาหารสำหรับ 6 เดือนขึ้นไป   ควรให้อาหาร 1 มื้อ โดยใน 1 มื้ออาหาร ควรประกอบด้วย ข้าวบดละเอียด 3 ช้อนกินข้าว เพิ่มไข่แดงหรือเนื้อปลา 1 ช้อนกินข้าวหรือตับบด1 ช้อนกินข้าวเนื้อสัตว์ต่างๆ และตับเป็นแหล่งที่ดีของธาตุเหล็กและสังกะสี เติมผักใบเขียวหรือผักสีเหลือง-ส้ม เช่น ตำลึง ฟักทอง ½ ช้อนกินข้าว เติมน้ำมันพืช ½ ช้อนชาในอาหารที่ปรุงสุก เพื่อช่วยเพิ่มความเข้มข้นของพลังงานในอาหาร ไขมันจากน้ำมันพืชจะช่วยการดูดซึมวิตามินบางตัว เช่น วิตามินเอ วิตามินดีฯลฯไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย ให้ผลไม้เสริม เช่น กล้วยสุก มะละกอสุก1-2 ชิ้นโดยบดละเอียด อาหารสำหรับช่วงวัย 7 เดือน ควรให้อาหาร 1 มื้อ…

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์

เวลบีขอนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายของคุณ แม่ในช่วงตั้งครรภ์มาฝากนะคะ ซึ่งปัจจบันการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์นั้นเป็นกิจกรรมที่ฮิตกันในหมู่คุณแม่ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ทั้งต่อคุณแม่ และคุณลูกในท้อง วันนี้เวลบี เลยนำประโยชน์จากการออกกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ รวมถึงท่าออกกำลังกายที่เหมาะสม และ ข้อจำกัดต่างคุณแม่ต้องระวังด้วยค่า จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันค่าาาา การกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์ของคุณแม่ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือกไปสู่ทารกได้ดีขึ้น ทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ดีขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายจะทำให้ร่างการหลั่งสารแห่งความสุข ช่วยภาวะอารมณ์ของคุณแม่ และ คุณลูกให้ดีและผ่อนคลายมากขึ้นด้วยจ้าา นอกจากที่กล่าวมานี้ การออกกำลังกายจะช่วยให้คลอดง่าย และรูปร่างฟื้นตัว กลับมาหุ่นดี เหมือนเดิมได้เร็วขึ้นอีกด้วยค่า อย่างไรก็ตาม การกำลังกายในช่วงตั้งครรภ์ต้องเป็นไปอย่างพอดี ไม่หักโหมเกินไปนะคะ ควรมี Trainer ที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้ให้คำแนะนำอยู่ข้างๆ ด้วยค่าาา กีฬาที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกีฬาที่ไม่เน้นการกระแทก หรือการใช้พลังมากนัก แต่เป็นกีฬาที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การว่ายน้ำ การฝึกโยคะ ซึ่งนอกจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว จะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ง่ายต่อการคลอดอีกด้วยค่ะ วันนี้เวลบีนำตัวอย่างท่าออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์มาฝากนะคะ เป็นท่าง่ายๆที่คุณแม่ทำได้เองที่บ้าน ดังนี้ค่ะ 1) ท่ากระดกข้อเท้า : นอนหงาย ขาเหยียดตรง วางแขนข้างลำตัว สลับกระดกข้อเท้าขึ้น-ลง ค้างและพักข้างละ 3 วินาที จนครบ 10 ครั้ง…

10 ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ที่คุณแม่ต้องรู้ !!!

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์แน่นอนว่าทุกคนก็อยากให้การตั้งครรภ์และการคลอดปลอดภัย สมบูรณ์ทั้งคุณแม่ คุณลูก แต่การตั้งครรภ์ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาได้ วันนี้เวลบีเลยนำข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเสี่ยงที่พบบ่อยๆในระหว่างตั้งครรภ์มาให้คุณแม่ได้รู้จัก เป็นข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนนะคะ ท้องนอกมดลูก การท้องนอกมดลูกคือภาวะที่ไข่ที่ได้รับการผสมกับอสุจิแล้วไปฝังอยู่นอกมดลูก พบบ่อยที่สุดคือท้องในท่อนำไข่ ซึ่งเมื่อเด็กโตไปได้ระยะหนึ่งก็มักจะเสียชีวิต อาการนี้จะพบได้บ่อยๆในคนที่เคยมีประวัติปีกมดลูกอักเสบ หรือเคยทำแท้งมาก่อน ภาวะรกเกาะต่ำ ปกติรกจะเกาะที่ยอดมดลูก แต่บางรายรกเกาะต่ำลงมาที่ปากมดลูก จึงขวางทำให้เด็กเคลื่อนลงมาไม่ได้ และถ้าเด็กตัวใหญ่ขึ้น รกที่เกาะอยู่แผ่นใหญ่ขึ้น พอขยายตัวอาจทำให้เกิดรอยเผยอระหว่างตัวรกกับปากมดลูกได้ ทำให้คุณแม่มีเลือดออก ถ้าเลือดออกมากๆ อาจทำให้เด็กและแม่เสียชีวิตได้ ส่วนมากมักเจอในแม่ที่มีลูกมากๆ เคยคลอดลูกหลายๆ คน หรือว่าเคยขูดมดลูกมาก่อน แท้งบุตร การแท้งบุตร คือการตั้งครรภ์นั้นจำเป็นต้องยุติหรือสิ้นสุดลงก่อนเวลาอันควร ซึ่งถ้ายุติในช่วงเวลานี้ส่วนมากเด็กจะไม่สามารถมีชีวิตได้เพราะว่าตัวเล็กเกินไป การแท้งมีอยู่ 2 ประการคือ แท้งเอง กับตั้งใจทำแท้ง การแท้งเองอาจเกิดจากไข่ที่ไม่สมบูรณ์ หรือว่าแม่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน โรคเลือดบางชนิด ก็ทำให้แท้งได้ บางรายก็หาสาเหตุชัดๆ ไม่ได้ เช่น อาจจะเกิดจากภาวะเครียด อดนอน ทำงานหนัก ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด ตามธรรมชาติรกจะเกาะที่ยอดมดลูก เมื่อเด็กคลอด รกถึงจะหลุดจากมดลูกคลอดตามออกมาด้วย แต่บางรายรกที่เกาะมดลูกอยู่หลุดออกมาก่อน โดยที่เด็กยังไม่คลอด เมื่อรกหลุดทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงเด็กที่เคยผ่านรกขาดไปทันที หากช่วยไม่ทันจะทำให้เด็กเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้องได้ ส่วนใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ถูกกระแทกที่หน้าท้อง…

ไขข้อสงสัย…มีลูกยากเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?

คู่รักหลายๆ ท่านที่อยากจะมีลูกแต่ต้องรอมานานก็ยังไม่มีเจ้าหนูน้อยซํกที คงสงสัยใช่มั้ยละคะ ว่าตัวเองมีปัญหาหรือมีความเสี่ยงที่จะมีบุตรยากหรือเปล่า ซึ่งภาวะการมีบุตรยากนี้ก็เกิดได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง มีทั้งจากสภาวะภายนอกและฮอร์โมนข้างใน วันนี้เวลบีมาช่วยไขข้อสงสัยเล็กๆน้อย ว่าที่จริงแล้วสาเหตุของการมีลูกยากเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง จะได้ไปปรึกษาแพทย์และขอคำแนะนำได้ถูกวิธีนะคะ สาเหตุการมีลูกยากในเพศหญิง ปัญหาการมีลูกยากที่เกิดในเพศหญิงนั้นจะเกิดจากความผิดปกติหลักๆ คือปัญหาของท่อนำไข่ตัน ,ปัญหาเกี่ยวกับการตกไข่,ความผิดปกติของมดลูก ซึ่งอาจเป็นเพราะการติดเชื้อภายใน นอกจากนี้ยังเกิดจาสาเหตุอื่นๆ เช่น ความเครียดที่ส่งผลให้เกิดการผิดปกติของประจำเดือน น้ำหนักตัว ความแข็งแรงของร่างกาย หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาก็สามารถส่งผลต่อการมีลูกยากได้ ซึ่งเวลบีขอแบ่งสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้มีลูกยากให้เข้าใจกัน ดังนี้ ท่อนำไข่ตัน:สาเหตุหนึ่งของการมีลูกยากคือปัญหาท่อนำไข่ตัน ซึ่งก็มีปัจจัยมาจากหลายๆ อย่าง ดังนี้ ติดเชื้อที่อุ้งเชิงกราน เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ผ่านการผ่าตัดที่ก่อให้เกิดพังผืดในช่องท้อง ปัญหาที่ส่งผลต่อการตกไข่: หลายท่านคงนับวันรอวันตกไข่เพื่อวางแผนการมีบุตร แต่หากมีปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลให้การตกไข่ไม่เป็นไปตามปกติแล้วนั้นก็คงทำให้คุณผู้หญิงหลายท่านประสบปัญหามีลูกยากได้ค่ะ ซึ่งอาจเกิดได้จากปัจจัย ดังนี้ ถุงน้ำรังไข่หลายใบ ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ประจำเดือนไม่มาเนื่องจากความเครียด วัยทอง ความผิดปกติของมดลูก:ความผิดปกติของมดลูกที่ส่งผลต่อการมีลูกยากอาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้ เนื้องอกมดลูก ความผิดปกติของปากมดลูก สาเหตุอื่นๆ:การมีลูกยากจากปัจจัยอื่นๆ อาจแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยสาเหตุอื่นๆ ของการมีลูกยากในผู้หญิง อาจเกิดจากปัจจัยดังนี้ ผลข้างเคียงจากยา การใช้สารเสพติด น้ำหนักตัว , อายุ ความแข็งแรงของร่างกาย…

อาการแพ้ท้อง และวิธีแก้ ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้

สวัสดีคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ เวลบีขอนำสาระดีๆ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกๆท่านค่ะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องอยู่คงตื่นเต้นไม่น้อยใช่มั้ยคะที่กำลังจะได้เห็นหน้าลูก ซึ่งระหว่างนี้ที่ลูกอยู่ในท้องเนี่ย ก็อาจจะทำให้คุณแม่หลายท่านมีอาการแพ้ท้องที่คอยทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและกังวัลใช่มั้ยคะ วันนี้เวลบีได้รวบรวมอาการแพ้ท้องที่สามารถพบได้บ่อยๆ ของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ พร้อมทั้งวิธีการรับมือและแก้ไขที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรศึกษาไว้เลยค่ะ อาการแพ้ท้อง (Morning sickness) เป็นอาการที่เกิดขึ้นกว่า 80% ของคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์ สาเหตุหลักๆ เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเอชซีจีที่รกสร้างสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้หรืออาการผิดปกติต่างๆ ซึ่งจะพบได้ในช่วงอายุครรภ์ตั้งแต่สามเดือนขึ้นไป นอกจากนี้อาการแพ้ท้องยังเกิดจากสาเหตุอื่นๆ การต่อต้านสิ่งแปลกปลอมของร่างกายจากการเพิ่มระดับฮอร์โมน ภาวะความเครียดและความอ่อนไหวทางอารมณ์ของคุณแม่ก็มีส่วนต่อการแพ้ท้องของคุณแม่ด้วยค่ะ ซึ่งคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก คุณแม่อายุน้อยกว่า 20 ปี และคุณแม่ที่น้ำหนักตัวมากก็มีโอกาสแพ้ท้องมากขึ้นอีกด้วย อาการแพ้ท้องที่พบได้บ่อย อาการแพ้ท้องของแต่ละคนอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเวลบีได้รวบรวมอาการแพ้ท้องที่พบได้บ่อยในช่วงตั้งครรภ์ของคุณแม่มาไว้ให้อ่านค่ะ รู้สึกไวต่อกลิ่น : เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ระบบประสาทอัตโนมัติไม่มั่นคง อาจทำให้รู้สึกเหม็น หรือไม่ชอบกลิ่นต่างๆ ขึ้นมาได้ อาทิเช่น กลิ่นอาหาร กลิ่นตัวของคุณพ่อ เป็นต้น มีอาการอ่อนเพลีย : เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว มีการเผาไหม้ของอาหารเพื่อทารกมากขึ้น ทำให้สูญเสียพลังงานมาก จึงทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียได้ค่ะ รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน : เป็นอาการแพ้ท้องที่พบได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่อาจรู้สึกอึดอัดหน้าอก หรือท้องจนอยากจะอาเจียนออกมา ปวดแสบลิ้นปี่…